| |
|
 |
|
นับจำนวนช่องลายที่ปัก
ทั้งแนวตั้งและแนวนอนตัวอย่างเช่น นับจำนวนช่องทั้งหมดในแบบปักได้
160 x 200 (แนวนอนนับได้ 160 ช่อง แนวตั้งนับได้ 200 ช่อง) |
|
|
|
หาจุดกึ่งกลางทั้งแนวตั้ง
และแนวนอนของแบบปัก
แนวเส้นกึ่งกลางสังเกตได้จากสัญลักษณ์ ตัวอย่างเช่น ในแบบปักเป็น
160 x 200 ช่องจุดกึ่งกลางจริง ของลายปักจะอยู่ที่ 80 x 100 หรืออยู่ในบล็อกที่
8 x 10 |
|
|
|
พับทบมุมผ้าทั้งสี่ด้าน
เมื่อคลี่ออกจะเห็นรอยตัดกันบนผ้า นั่นคือจุดกึ่งกลางของผ้า (ซึ่งเทียบได้กับจุดกึ่งกลางของลายปัก)
ใช้สีเมจิกที่ซักออกได้จุดไว้ หรือใช้เข็มร้อยด้ายเนาแทงขึ้นมา
คุณจะได้จุดกึ่งกลางของผ้าปัก |
|
|
|
จากจุดกึ่งกลางนับแบ่งบล็อกผ้า
โดย 10 ช่องผ้าเป็น 1 บล็อก นับและจุดจนได้บล็อกเท่ากับจำนวนบล็อกในลายที่นับ
และเขียนไว้ในข้อ 2 ทั้งแกนแนวตั้งและนอน ตัวอย่างเช่น
ลายปักมี 160 x 200 ช่องหรือ 16 x 20 บล็อก จากจุดกึ่งกลาง
นับขึ้นไปด้านบน 10 ช่องผ้า ใช้สีเมจิกจุดไว้อีก ทำเช่นนี้เรื่อยๆ
จนนับจุดแนวตั้งด้านบนได้ 10 บล็อก จากนั้นเริ่มที่จุดกึ่งกลางผ้า
อีกครั้งนับลงในแนวล่าง นับช่องผ้าและจุดจนได้ 10 บล็อกเช่นกัน เริ่มที่จุดกึ่งกลางอีกครั้ง
นับไปด้านซ้าย 10 ช่อง ใช้สีเมจิกจุดไว้ นับและจุดไปทางซ้ายเรื่อยๆ
จนนับบล็อกได้ 8 บล็อก แล้วจึงเริ่มที่จุดกึ่งกลางใหม่ นับไปด้านขวาทำเหมือนเดิม
ับและจุดจนได้ 8 บล็อกเช่นกัน จะได้แนวจุดซึ่งแบ่ง เป็นบล็อกเรียงเป็นแกนแนวตั้งและแนวนอน
|
|
|
|
จากจุดสูงสุดและต่ำสุดของแกนแนวตั้งที่อยู่กึ่งกลาง จากข้อ
4 นับแบ่งบล็อกผ้า ไปทางด้านซ้ายและขวา ให้เท่ากับจำนวนบล็อกในลายปัก
ตัวอย่างเช่น จากลายปัก 16 x 20 บล็อก จุดสูงสุดของแกนแนวตั้งกึ่งกลาง
นับไปทางซ้าย 10 ช่อง จุดไว้แล้วนับต่อไปอีก 10 ช่อง ใช้สีเมจิกจุดไว้อีก
ทำไปเรื่อยๆ จนนับได้ 8 บล็อกเช่นกัน จากนั้นจึงนับและจุดเป็นบล็อก
ทั้งซ้ายขวาเหมือนเช่นเดิม ที่จุดต่ำสุดของแกนแนวตั้ง |
|
|
|
จากจุดซ้ายสุดและขวาสุดของแกนแนวนอนที่อยู่กึ่งกลาง ข้อ 4 นับแบ่งบล็อกผ้าไปทางด้านบน
และล่าง ให้เท่ากับจำนวนบล็อกในลายปัก ตัวอย่างเช่น จากลายปัก 10
x 20 บล็อกจุดซ้ายสุดของแกนแนวนอนกึ่งกลาง
นับไปข้างบน 10 ช่อง จุดไว้แล้วนับต่อไปอีก 10 ช่อง ใช้สีเมจิกจุดไว้อีก
ทำไปเรื่อยๆ จนนับได้ 10 บล็อก แล้วจึงนับไปด้านล่าง ทำเหมือนเดิม
จนนับได้ 10 บล็อกเช่นกัน จากนั้นจึงนับและจุดเป็นบล็อกทั้งบน และล่างเหมือนเช่นเดิม
ที่จุดขวาสุดของแกนแนวนอน |
|
| |
|
ตีตารางจากจุดที่เราจุดสร้างบล็อกต้องระวังอย่าให้เบี้ยวโดยต้องขีดเส้นให้อยู่ในร่องผ้าเท่านั้นเขียนหมายเลขกำกับไว้ในแต่ละบล็อกโดยเรียงตามลำดับ
จะได้ตารางจำนวนบล็อกเท่ากับจำนวนบล็อกในลายปัก
ไหมปักครอสติช
ไหมหนึ่งเส้นจะแบ่งเป็นเส้นเล็กๆ ได้ 6 เส้น การปักไขว้จะใช้ไหมครั้งละ
2 เส้นเล็กหากเป็นสัญลักษณ์ไหมผสม จะใช้สีละ 1 เส้นเล็ก ปักเดินเส้นจะใช้เพียง
ครั้งละ 1 เส้นเล็ก
สำหรับสีเมจิกที่ใช้ต้องเป็นสีที่ละลายน้ำได้
โดยหาซื้อได้จากร้านเครื่องเขียนทั่วไป จะราคาถูกและขายเป็นซอง เราจะเลือกใช้เฉพาะโทนสีอ่อนเพื่อความ
แน่ใจควรลองแต้มลงบนเศษผ้าทิ้งไว้ แนะนำไปซักโดยใช้น้ำยาซักแห้งทั่วไปหากซักได้หมดจดก็สามารถใช้ได้
ารปักเพื่อที่จะให้ง่ายควรปักทีละสัญลักษณ์ โดยดูว่าสัญลักษณ์นั้นอยู่ในบล็อกไหนของลายเราก็จุดสีเมจิกลงบนผ้าให้เป็นตำแหน่งบล็อกเดียวกัน
เมื่อจุดจนครบแล้วจึงปักทับสีที่จุดไว้มื่อเสร็จสัญลักษณ์นี้แล้วจึงเริ่มทำสัญลักษณ์ใหม่ต่อไปเรื่อยๆหากแบบปักนั้นมีดิ้นทองหรือลูกปัดควรจะปักไหมให้เสร็จเรียบร้อยทุกสีก่อนนำไปซักรีด
แล้วค่อยปัก ดิ้นทองหรือลูกปัดภายหลังเพราะสีของดิ้นทองหรือลูกปัดจะจางลงได้เมื่อโดนน้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาซักแห้ง
|
| |
|
ปักไขว้เป็นแนวนอน
แทงเข็มที่ตำแหน่งที่ 1 แทงลงที่ 2 แทงขึ้นที่ 3 และแทงลงที่ 4 ไปเรื่อยๆจนหมดแล้วเมื่อสุดแถวแล้วปักย้อนกลับ |
 |
|
|
การปักไขว้แนวดิ่ง
สัญลักษณ์ที่เรียงต่อกันเป็นแนวตั้ง ควรปักโดยเริ่มแทงเข็มที่ 1
แทงลงที่ 2 แทงขึ้นที่ 3 แทงลงที่ 4และแทงขึ้นที่ 5 ไปเรื่อยๆ เมื่อสุดแถวแล้วปักย้อนกลับ
เช่นเมื่อสุดแถวที่ตำแหน่งที่ 8 แทงเข็มขึ้นที่ 9 แทงลงที่ 6 แทงขึ้นที่
7 ไปเรื่อยๆ |
 |
|
|
ปักครึ่งช่อง
การปักครึ่งชองมักจะมีตามขอบของรูป หรือบริเวณที่ต้องการให้ถาพจางเหมือนอยู่ไกล
การปักเหมือนการปักไขว้เพียงแต่ไม่ปักย้อนกลับ
|
 |
|
|
การปัก 3/4 ช่อง
มักจะเป็นการปักบริเวณของภาพหรือบริเวณตา โดยเริ่มแทงเข็มขึ้นที่
1 แทงลงที่ 2 แทงขึ้นที่ 3 และแทงลงที่ 4
ซึ่งตำแหน่งที่ 4 นี้จะไม่ตรงตามรูผ้าแต่จะเป็นกลางช่องผ้า
|
 |
|
|
การปักเดินเส้น
ส่วนใหญ่จะใช้ไหมปักครั้งละ 1 เส้นเล็ก เป็นการปักที่เป็นเส้น เหมือนด้นถอยหลังแต่ระยะของไหมปักจะไม่จำกัดว่าเป็นหนึ่งช่องผ้าขึ้นอยู่กับว่าในแบบปักต้องการให้เส้นพาดไปถึงบริเวณใด
หาเป็นเส้นแนวตรงไม่ควรปักแนวยาว ควรปักไปทีละช่อง หรือสองช่องผ้า
เพราะหากปักข้ามไปยาวไหมจะหย่อนได้ง่าย
|
 |
| |